The Legacy RiverKwai Resort, อิงแอบแนบชิดธรรมชาติ .. ใต้ร่มเงาไม้ในป่าใหญ่ ..

Trip : Legacy River Kwai Resort
Route : Bangkok – Kanchanaburi
Duration : 3D2N
Date : FRI.13 JAN.,2012 – SUN.15 JAN.,2012

คำเตือน : โพสนี้มีแต่ภาพ เนื้อหาน้อยนิด เพราะฉะนั้นโหลดนานแน่นอน โปรดใจเย็นๆ รอซักหน่อยนะ

กำหนดการณ์เดิมของทริปนี้คือ 28-30 ตุลาคม 2554 นั่นก็คือช่วงที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เข้าท่วมภาคกลางและแน่นอนกรุงเทพมหานครย่อมไม่มีทางรอดพ้นมหันตภัยครั้งนี้ไปได้ เส้นทางทุกสายที่มุ่งสู่เมืองหลวงของประเทศถูกตัดขาด ทรัพยากรที่จำเป็นในการดำรงชีพของคนในเมืองหลวงขาดแคลนอย่างมาก พลเมืองของกรุงเทพฯ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์พากันทยอยทิ้งบ้านเรือนของตัวเองหนีไปพักอยู่ต่างจังหวัดเพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย คงเหลือแต่เพียงผู้ที่ไม่มีที่จะไปและอีกหลายคนก็ยังเป็นห่วงบ้านเลยปักหลักสู้กับน้ำอยู่ที่บ้านต่อไป ซึ่งแถวบ้านพื้นที่เขตบางกะปิซึ่งมีระดับต่ำสุดของเมืองหลวง จึงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างไม่ต้องสงสัย ก็เลยมีคนทยอยย้ายออกไปเหมือนเช่นเดียวกับเขตอื่นๆ แต่ด้วยพระบารมีและพระปรีชาสามารถของในหลวงที่มองเห็นการณ์ไกล ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนในครั้งอดีตที่ผ่านมาของพสกนิกรของพระองค์ที่อาศัยอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพที่ประสบน้ำท่วมหนักบ่อยครั้ง โครงการคันกั้นน้ำในพระราชดำริจึงเกิดขึ้น และช่วยป้องกันน้ำท่วมให้เรามาหลายต่อหลายปี และครั้งนี้ก็เช่นกัน คันกั้นน้ำในพระราชดำริก็ได้ช่วยให้พวกเราได้อยู่รอดปลอดภัยแคล้วคลาดจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ไปได้อีกเช่นเดิม สิ่งที่พระองค์มองเห็นและได้ทำไว้ให้นานแล้ว แต่พวกเรากลับละเลย หลายพื้นที่จึงกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ออกนอกเรื่องเที่ยว พาตีโค้งอ้อมโลกไปซะไกลเลย ก็แค่จะบอกว่าทริปนี้เลื่อนมาจากปลายเดือนตุลาคม 2554 เพราะกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมใหญ่ ก็เลยต้องขยับมาเป็นกลางเดือนมกราคม 2555 แทน เพราะว่ามิฉะนั้นแล้ว voucher ที่มีอยู่จะหมดอายุในสิ้นเดือนมกราคม 2555 นี่แหละเลยต้องรีบไปกันโดยด่วน น้องเอแคลร์สอบกลางภาคเสร็จพอดีด้วย

จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้ก็คือ .. แต่น แตน แต๊น .. The Legacy RiverKwai Resort ที่จังหวัดกาญจนบุรีนั่นเอง อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจน์โดยเลี้ยวซ้ายที่แยกหน้าศาลากลางฯ แล้วขับข้ามสะพานไปตามทาง สุดทางเลี้ยวขวาวิ่งตรงไปยาวๆ มองหาป้ายไว้ให้ดี วิ่งตามป้ายเข้าไปตามทางผ่านไร่อ้อย ทางดูจะแคบๆ จนนึกว่ามาผิดทาง แต่ไม่ผิดหรอกไปตามทางนั่นแหละเดี๋ยวก็ถึง

พื้นที่รีสอร์ทกว้างขวางมาก มีต้นไม้สูงใหญ่มากมายทั่วทั้งรีสอร์ท บ้านพักถูกสร้างให้ดูกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติโดยรอบเป็นอย่างดี การจัดกลุ่มบ้านพักอยู่กระจายกันไปตามพื้นที่ที่ดูเป็นป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้นอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ อากาศสดชื่นดีมากๆ และด้วยความที่พื้นที่รีสอร์ทที่กว้างขวางมากจึงต้องอาศัยรถชัทเทิ่ลที่คอยวิ่งรับส่งระหว่างบ้านพักต่างๆ กับบริเวณล๊อบบี้และพื้นที่สันทนาการ สระว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งอยู่กระจายกันไปตามจุดต่างๆ ในพื้นที่รีสอร์ท

ครั้งนี้ไปนอนเล่นกันที่รีสอร์ทจริงๆ เด็กๆ ก็ไปเล่นน้ำในสระอย่างเดียว จะมีก็แค่ขับรถไปเที่ยวสถานีรถไฟถ้ำกระแซ เข้าไปไหว้พระในถ้ำ นับว่าพวกเราโชคดีตอนไปถึงรถไฟกำลังวิ่งผ่านสะพานที่เลียบหน้าผามาพอดีเพื่อเข้าสถานีพอดี จากนั้นก็ซื้อไส้อั่วเจ้าอร่อย ที่อยู่ก่อนถึงน้ำตกไทรโยคน้อยนิดนึง เจ้านี้มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองกาญจน์ ไม่ได้แวะที่ไหนจริงๆ

ขากลับจะแวะเที่ยวปราสาทเมืองสิงห์ก็เย็นเกินไปซะแล้ว เด็กๆ ก็ร้องให้รีบกลับเพราะจะไปลงเล่นสระว่ายน้ำ เลยไม่ต้องทำอะไรกัน รวมระยะทางไปกลับก็ 100 กว่ากิโลเมตร เวลาที่เหลือก็นั่งๆ นอนเล่นในห้องพักหลังจากไปส่งเด็กๆ ลงสระเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีโอกาสจะได้ออกมาถ่ายภาพรีสอร์ทให้ชมกันมากนักเพราะกลับมาถึงก็เย็นแล้ว บรรยากาศก็มืดๆ สลัวๆ แบบชื้นๆ อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในร่มเงาไม้ใหญ่ในป่าทึบอะไรหยั่งเงี๊ยะ ถ่ายออกมาภาพมันก็จะดูอึมครึมเพราะแดดส่องลงมาถึงไม่มาก เลยเลิกถ่ายดีกว่า กลับเข้าไปเก็บห้องพักที่เด็กๆ รื้อไว้ซะรก จัดเตียงจัดที่นอนซะเองเลย เพราะที่นี่เค้าจะให้แม่บ้านมาทำห้องฉพาะวันพุธวันเดียวเท่านั้น(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ใครมาเที่ยวก็ต้องเป็นคนรักความสะอาดและขยันนิดนึง ประเภทนอนแล้วลุกพรึ่บ ที่นอนไม่เก็บ มันก็จะรกห้องอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะกลับนั่นแหละ 555+ ดังนั้นก็จะเหมาะกับพวกประเภทที่ออกแนวลุยๆ ซักนิด พักคืนเดียวแล้วไปต่อ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าที่นอนอุ่นๆ สบายๆ เพื่อออกไปลุยต่อในวันรุ่งขึ้น แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องพักก็มีอย่างครบครันนะ

เสียก็แต่สภาพบ้านพักที่ดูเก่โทรมไปซักนิด เพราะด้วยความที่ใช้วัสดุประเภทปูนครึ่งไม้แล้วยังอยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นเลยทำให้ดูเก่าคร่ำมีคราบราขึ้นตามผนัง เศษใบไม้ใบหญ้าที่ร่วงหล่นลงมาค้างตามหลังคาบ้านพัก และกองทัพแมลงกลางคืนที่มีอยู่อย่างมหาศาล อาจจะเป็นเพราะที่นี่เค้าต้องมีการดูแลให้น้ำกับต้นไม้, สวนหย่อมและสนามหญ้าที่มีอยู่ทั่วทั้งรีสอร์ทรวมทั้งต้นไม้ใหญ่ที่เก็บกักความชื้นไว้บนพิ้นดินสูงมาก เลยทำให้สถาพบ้านพักดูโทรมว่าความเป็นจริงเร็วขึ้นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงไปในตัวด้วยนั่นเอง

ในส่วนของอาหารเช้าไปกินกันที่บริเวณริมน้ำกันเลย บุฟเฟ่ท์ในสไตล์รีสอร์ทที่เมืองกาญจน์แทบทุกที่ไปเคยไปพักจะคล้ายๆ กัน ข้าวต้มเครื่อง, ผัดซีอิ๊ว, แกงจืด, ผักมักกะโรนี, น้ำผลไม้, ไส้กรอก, แฮม, ไข่ดาว, ออมเล็ต, ขนมปัง, เนย, แยม, ผลไม้ต่างๆ มาตรฐานทั่วไปก็ประมาณนี้ สำหรับผมก็นับว่ามากมายเกินพอแล้วล่ะครับ

ทริปนี้ก็เลยมีแต่ภาพในห้องพักซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีภาพน้องเอแคลร์นิดนึง ภาพบรรยากาศรอบๆ ภายในรีสอร์ทอีกหน่อย แล้วก็ภาพตอนไปเที่ยวถ้ำกระแซอีกไม่กี่ภาพ ที่เหลือก็นั่งๆ นอนๆ กินๆ ดูทีวี แหม .. มาพักผ่อนจริงจริ๊งงงงเล๊ยยยย .. นึกเสียว่ามารีวิวที่พักก็แล้วกันนะ 555+

เอาล่ะ จบทริปนี้ดีกว่า ช่วงนี้ความจำสั้นเลยเขียนได้แค่เนี๊ยะ รายละเอียดต่างๆ ก็เลยหลงๆ ลืมๆไปบ้าง แต่ก็ขอบคุณที่ยังติดตามรับชมรับฟังกันนะครับ ..

 

ลิ้งค์ไปดูภาพ ..
http://tombass.seesod.com/albums/view/index/zjllfjwbiJ1327079720

ลิ้งค์ไปอ่านที่เวบบอร์ด ..
http://takeaphoto.netau.net/index.php/topic,22.0.html

 

เขียนเมื่อ : วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ.2555 เวลา 11:50 น. GMT+7 THAILAND
ผู้เขียน : The Eleventh of April

Advertisements